ไบโอซายน์” (“BIS”) บริษัทยาและเวชภัณฑ์สัตว์ชั้นนำ ยื่นไอพีโอ ต่อยอดธุรกิจ

19 November 2021


เมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) (BIS) ได้ยื่นหนังสือชี้ชวนของบริษัทฯ ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาในการเสนอขายหลักทรัพย์
และในวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.30-11.45 น. บริษัทฯ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากสื่อต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) (BIS) ผู้นำธุรกิจยาและเวชภัณฑ์สัตว์ เตรียมตัวไอพีโอ ยื่นขอจดทะเบียนในตลาดทรัพย์ เพื่อลงทุนพัฒนาวัคซีนสำหรับปศุสัตว์ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ชูจุดแข็งเชี่ยวชาญด้านยา วัคซีนสัตว์ครบวงจร ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ธุรกิจเติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารและส่งออกเนื้อสัตว์ พร้อมขยายตลาดปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ทั้งในไทยและอาเซียน


นายวันชัย ศรีหิรัญรัศมี  ประธานกรรมการ บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ เป็นบริษัทยาและเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงของคนไทย ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากบริษัทผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ระดับนานาชาติจำนวนมากอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยบริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายยา วัคซีนและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์กว่า 446 รายการ จากแบรนด์ชั้นนำของโลก และมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของตัวเองหลากหลายแบรนด์ โดยบริษัทฯ มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่จำนวนมากในอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกอาหารสูงติดอันดับโลก เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในครัวของโลก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารจะสูงกว่า 1,000,000 ล้านบาทในปี 2564 และมีปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออกมากกว่า 21 ล้านตันต่อปี
“ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์” มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่ง ในผู้นำในอุตสาหกรรมไบโอเท็ค ซึ่งเป็นหนึ่ง ในอุตสาหกรรม New S Curve ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวัคซีนสัตว์ จำหน่ายวัคซีนและเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร ให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานชีวอนามัยที่สูงและเข้มงวดยิ่งขึ้น ในสภาวะที่โลกเผชิญกับโรคระบาดทั้งในสัตว์และในคน ธุรกิจจำหน่ายยา วัคซีนและเวชภัณฑ์ของ บริษัทฯ จึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารมากขึ้นตามลำดับ” 


นายสัตวแพทย์ ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS เปิดเผยว่า “ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์” เป็นบริษัทที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มสัตวแพทย์ที่มีทั้งความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสัตว์ และมีความสามารถทางการบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ ได้ขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง มีบริษัทย่อย 5 บริษัทฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าขนาดกลางและใหญ่ในแต่ละตลาดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
“ปัจจุบัน ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จัดเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศไทยในด้านเวชภัณฑ์สัตว์ อาหารเสริมและวัตถุดิบซึ่งครอบคลุมในการจัดจำหน่ายทั้งตลาดปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง จากผู้ผลิตระดับโลก นำเข้าจากผู้ผลิตชั้นนำกว่า 13 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐฯ ยุโรป จีน เกาหลีใต้  อีกทั้งบริษัทฯ เป็นเจ้าของแบรนด์เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์หลากหลายแบรนด์ โดยมีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตนเองที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสัตว์ครบวงจร  คือ 1.ผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health Product) 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition Product) 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ (Diagnostic Product) 4. ผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed Product) 5. ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient Product) และ 6. ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ (Other Product)
กลุ่ม “ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์” รายได้รวมในงวดปี 2561 ถึง 2563 เท่ากับ 1,525.99 ล้านบาท 1,884.27 ล้านบาท และ 1,783.71 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่รายได้รวมงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายนสำหรับปี 2563 และ 2564 เท่ากับ 1,288.36 ล้านบาท และ 1,418.31 ล้านบาท และกำไรสุทธิของบริษัทฯ ในงวดปี 2561 ถึง 2563 เท่ากับ 29.78 ล้านบาท 61.35 ล้านบาท และ 54.45 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ ร้อยละ 1.95 ร้อยละ 3.26 และร้อยละ 3.05 ของรายได้รวม ในขณะที่กำไรสุทธิในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายนสำหรับปี 2563 และ 2564 เท่ากับ 35.21 ล้านบาทและ 52.76 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ ร้อยละ 2.73 ร้อยละ 3.72 ตามลำดับ โดยเติบโตสวนทางสภาวะเศรษฐกิจ ด้วยประสบการณ์กว่า 18  ปีในการบริหารธุรกิจ ได้สั่งสมความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจจำนวนมากทั้งบริษัทระดับนานาชาติและบริษัทไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรธุรกิจระดับสูง อดีตผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ และนักวิชาการด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ  BIS จึงเป็นบริษัทฯ ที่มีการบริหารแบบมืออาชีพ มีความคล่องตัวสูง และมีธรรมาภิบาลที่ดี 
“บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคระบาดในสุกรร่วมกับสำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งโครงการนี้มีความสำคัญหลายด้านคือ สามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูง อีกทั้ง โครงการดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมไบโอเท็คของไทยอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ วางแผนจะลงทุนขยายกำลังการผลิตวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสัตว์ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหาร ที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย หลังจากสถานการณ์โคโรน่าไวรัส เริ่มคลี่คลาย”  
ทั้งนี้ กลุ่มไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ ได้ให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ร่วมกับ สถาบันวิจัยชั้นนำของไทย โดยบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการร่วมพัฒนาชุดตรวจโรค ASF หรือโรคไข้หวัดแอฟริกันในสุกรออกสู่ตลาด ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง อีกทั้งในสถานการณ์โควิด 19 บริษัทฯ ได้พัฒนาชุดตรวจ ระบบ Real Time PCR สำหรับใช้ในสัตว์และใช้ในคน ซึ่งเป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ที่ตอบสนองความต้องการตลาดและขยายธุรกิจให้ครบวงจรยิ่งขึ้นเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง
บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS มีทุนจดทะเบียน 157 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้ว 110 ล้านบาท โดยมีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 94 ล้านหุ้น (พาร์ 0.50 บาท) ให้นักลงทุนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai และเตรียมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านไบโอเท็คประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ทุกท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่:
https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=378765&lang=th